Wednesday, 31 October 2007

Sitting in a Redwood tree

“พี่แสนดีใจ ได้รับโปสการ์ดจากไปรษณีย์” กรู้...........

วันจันทร์ที่ผ่านมา (Oct 29) ได้กลับเข้าออฟฟิศอีกครั้ง หลังออกทริปไปต่างจังหวัดมา 2 อาทิตย์ เข้าออฟฟิศครั้งนี้ก็ได้พบกับเซอร์ไพรส์ที่ทำให้ดีใจมาก คือเมื่อเดินไปถึงโต๊ะทำงานสายตาก็ชำเลืองไปเห็นโปสการ์ดใบเล็ก ๆ วางอยู่บนโต๊ะ โปสการ์ดใบนั้นเขียนด้วยภาษาอังกฤษ พอเห็นก็ทำให้ยิ้มออกทันที เป็นโปสการ์ดส่งมาจากคนที่อยู่ไกลกันถึงครึ่งโลก เป็นโปสการ์ดส่งมาจากคนที่ไม่รู้จะได้กลับมาพบกันอีกหรือเปล่า เป็นโปสการ์ดที่ส่งมาจากสาวน้อยที่ชื่อ Karen

Karen is Canadian and so beautiful girl. ได้เจอกันบนรถไฟตอนเดินทางไปเชียงใหม่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว วันหลังจะเขียนเหตุการณ์วันที่เจอคาเรนให้อ่าน ยังจำวันนั้นได้ดี ตลกดี :)

My life is brilliant.
My love is pure.
I saw an angel…

คาเรนส่งโปสการ์ดมาจากป่า Redwood ที่รัฐ California เป็นป่าที่เต็มไปด้วยต้น Redwood หรือเรียกว่าต้น Chandelier ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีลำต้นสูงและขนาดใหญ่มาก โดยบางต้นสูงกว่า 360 ฟุต ซึ่งสูงกว่าอนุสาวรีย์เทพีแห่งเสรีภาพเสียอีก และบางต้นมีขนาดใหญ่มาก สามารถเจาะโคนต้นออกเป็นช่องให้รถวิ่งผ่านได้ คาเรนเล่าให้ฟังในโปสการ์ดว่า ได้เดินทางไปเที่ยวที่ CA และให้ทำงานในฟาร์มแห่งหนึ่งด้วย คาเรนบอกว่าเป็นฟาร์มที่สวยมาก อยากให้ผมได้ไปเห็นเพราะจำได้ว่า ผมอยากเป็นคาวบอย มีที่ดินผืนใหญ่ ๆ เพื่อทำฟาร์มปศุสัตว์และขี่ม้าคอยตรวจตราสัตว์ที่เลี้ยงอยู่ในฟาร์มทุกวัน

คาเรนเคยส่งโปสการ์ดมาให้ เมื่อคราวที่ไปเที่ยว Guatemala ประเทศแถบอเมริกากลาง และเมื่อครั้งที่ไปเที่ยว Music Festival ที่ Montreal รัฐแห่งหนึ่งในแคนาดา คาเรนยังทำตามสัญญาที่ให้ไว้เป็นอย่างดี คือ ถ้าได้ไปเที่ยวที่ไหนทั่วทุกแห่งหน ก็จะส่งโปสการ์ดมาให้ผม เพื่อเป็นของที่ระลึก ขอบคุณมากคาเรน ขอบคุณมากที่ยังไม่ลืมกัน แม้ช่วงหลังจะไม่ค่อยได้ติดต่อกันมากนัก ตอนท้ายโปสการ์ดคาเรนก็อวยพรให้ผมประสบแต่ความสุข มีชีวิตที่สนุก ๆ แบบบ้า ๆ เหมือนเดิม ตามฉายาที่คาเรนชอบเรียกผมว่า Crazy Man :)

ยังไงก็ขอให้คาเรนโชคดีและมีชีวิตที่พบแต่ความสุขนะ ให้เดินทางท่องเที่ยวอย่างปลอดภัยและให้เจอแต่เรื่องสนุก ๆ ในการเดินทาง

I wish you are doing well, enjoy in your trip and staying healthy.

Hugs and Missesssssssssssss

P’Tong

Sunday, 28 October 2007

CTO of Microsoft

และแล้วก็ผ่านไปสำหรับการพบปะ Mr. Craig Mundie Chief Research and Strategy staff of Microsoft โดยมีผู้เข้าร่วมงานจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งอาจารย์และนักศึกษาประมาณ 20 คน ก็เป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผม

วันนี้เดินทางไป Microsoft ด้วยรถไฟฟ้า โดยเอาจอดรถไว้ที่ลานจอดรถที่หมอชิต เพราะหลังเลิกงานแล้วจะมาชอปปิ้งที่จตุจักรสักหน่อย อาทิตย์นี้ก็เปิดเทอมแล้ว จึงจะไปซื้อ รองเท้า กระเป๋า และเสื้อผ้า ตอนรับเปิดเทอมสักนิด (ทำตัวยังกะเด็กอนุบาลเปิดเรียน)

การเดินทางไปออฟฟิศของ Microsoft ที่ออลซีซั่นเพลส ค่อนข้างสะดวก เพียงขึ้นรถไฟฟ้า BTS ไปลงที่สถานีเพลินจิตแล้วเดินไปตามถนนวิทยุสักห้านาทีก็ถึงแล้ว พอไปถึงก่อนขึ้นลิฟท์ก็เจออ.กษิดิศ อาจารย์สอนผมที่ธรรมศาสตร์พอดี จึงขึ้นลิฟท์ไปด้วยกันที่ชั้น 38 ไปถึงเจ้าหน้าที่ของ Microsoft ก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี เสริฟ์น้ำ เสริฟ์อาหารอย่างไม่อั้น อ.กษิดิศได้แนะนำให้รู้จักอ.ภุชงค์ อาจารย์จากม.เกษตรฯ และเป็นผอ.ศูนย์ไทยกริด ได้ยินชื่ออาจารย์มานานแล้ว แต่เพิ่งได้รู้จักก็วันนี้ อ.ภุชงค์คุยสนุกมาก ฟังแกไปก็หัวเราะไป โดยมีผู้ร่วมสนทนาอีกท่านหนึ่งคือ Mr. Yik Joon Ho Developer and Platform Strategy Director ที่คุยสนุกไม่แพ้กัน หลังจากนั้นก็มีผู้ร่วมสัมนาท่านอื่นๆ ก็ทยอยกันมาเพิ่มเติม ก็เพิ่มรสชาติของวงสนทนาขณะรอเวลาเปิดงาน

สักพักใหญ่ Mr. Craig Mundie ก็ได้เดินทางมาถึง Mr. Craig มาในชุดสูทสีดำทับบนเสื้อสีฟ้าอ่อน ผูกเนคไทสีแดง ใส่แว่น หวีผมเรียบ ดูแล้วสุภาพและน่าเคารพนับถือยิ่ง Mr. Craig เดินยิ้มมาแต่ไกลและกล่าวทักทายทุกคนด้วยเสียงอันดังกังวาน พร้อมกับเดินจับมือทักทายกับแขกทุกคนร่วมทั้งผมด้วย Mr. Craig เป็นบุรุษรูปร่างใหญ่ สง่าผ่าเผย บุคคลิกน่าเลื่อมใสยิ่ง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเอกบุรุษอย่างแท้จริง ผมเคยได้พบบุคคลที่มีบุคคลิกเช่นนี้ไม่บ่อยครั้งด้วยกัน เป็นบุคคลิกที่สามารถทำให้เรานับถือและเลื่อมใสได้ตั้งแต่แรกเห็น หลังจากที่ Mr. Craig กล่าวทักทายทุกคนเสร็จเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ก็เชิญทุกคนเข้าห้องประชุม

หลังจากเจ้าหน้าที่กล่าวแนะนำตัว Mr. Craig เสร็จ Mr. Craig ก็กล่าวบรรยายถึงวิสัยทัศน์และแนวโน้มของเทคโนโลยีในอนาคต โดยเริ่มพูดถึงความเป็นมาของเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต แต่ผมคงไม่อธิบายในที่นี้ เพราะฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่เท่าที่รู้คือ Mr. Craig เป็นนักพูดที่ดีมาก มีปล่อยมุขอยู่ตลอดเวลา ที่รู้เพราะเห็นคนอื่นหัวเราะ พอคนอื่นหัวเราะ ผมก็หัวเราะตาม เดี๋ยวเชย ฮ่า

แต่ที่จำได้ก็คือ ในปีหน้า Mr. Craig จะขึ้นบริหารแทน Bill Gates โดยจะบริหารร่วมกับ Mr. Ray Ozzie ซึ่งจะเป็นผู้ดูแลเกี่ยวกับ Software Architect ส่วน Mr. Craig จะดูแลในส่วนของการดูนโยบายโดยรวมและกำหนดแนวทางของเทคโนโลยีของ Microsoft ทั้งหมด ซึ่งก็ถือเป็นโอกาสอันดีของผมอย่างยิ่งที่ได้พบปะบุคคลระดับนี้

หลังจากสัมนากันเสร็จเรียบร้อย ทาง Microsoft ก็ให้จัดให้เราถ่ายรูปหมู่ร่วมกันกับ Mr. Craig ซึ่งก็ได้เก็บรูปภาพมาฝากด้วย แต่เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปคู่ด้วย หลังจากนั้น Mr. Craig กล่าวลาและเดินทางกลับ และแขกที่มางานนี้ก็เริ่มแยกย้ายกันกลับ

ก่อนกลับผมได้เข้าห้องน้ำไปเพื่อปลดปล่อย หลังจากอั้นฉี่มานาน ขณะที่ยืนฉี่อยู่นั้น Mr. Craig ซึ่งผมเข้าใจว่ากลับไปแล้ว ก็เดินเข้ามาห้องน้ำและมายืนฉี่อยู่ข้างๆ ผม Mr. Craig ก็ถามผมว่าเป็นไงบ้าง ผมก็บอกว่าดีใจครับที่ได้มาร่วมงานนี้ สนุกดี ก็ตอบไปตามระเบียบมารยาท แล้วผมก็ถามกลับไปว่า มาเมืองไทยบ่อยหรือเปล่า Mr. Craig ก็บอกว่าเคยมาแล้ว 2-3 ครั้ง และหลังจากนั้นเราก็คุยกันอีกนิดหน่อย Mr. Craig ก็ขอตัวกลับไป ซึ่งตลอดเวลาที่สนทนากันที่หน้าโถฉี่นั้น ภาษาอังกฤษไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับผมเลย แต่... อืม... ขนาดนี่สิปัญหา Ohhhhh My God!!!

Thursday, 25 October 2007

The Last Day of Buddhist Lent

วันออกพรรษาคือวันสุดท้ายของการบำเพ็ญศีลภาวนาของพระสงฆ์ แต่พุทธศาสนิกชนบ้างท่านอาจจะเป็นวันสุดท้ายของการงดเหล้าด้วยก็ได้ ฮ่า

ออกพรรษาไปทำอะไรกันบ้างครับ ส่วนผมเดิมที่ว่าจะไปดูบั้งไฟพญานาค ที่หนองคาย ตามที่เขียนไว้ใน October trip แต่แล้วก็มีเหตุให้ต้องไม่ได้ไป ในใจก็เสียดายอยู่เหมือนกัน แต่งานที่จำเป็นต้องไปในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ (Oct 27) ก็น่าสนใจมากเหมือนกัน

เรื่องมีอยู่ว่า ผมต้องไปเป็นตัวแทนนักศึกษาของภาควิชาฯ เข้าพบผู้บริหารระดับสูงของ Microsoft ที่ทำงานใกล้ชิดกับ Bill Gate ซึ่งบินมาจากอเมริกา คือ Mr. Craig Mundie Chief research and strategy officer of Microsoft ซึ่งเป็นผู้กำหนดกุลยุทธ์และทิศทางของเทคโนโลยีใน Microsoft ทั้งหมด และถือเป็นบุคคลที่สำคัญในการกำหนดวิสัยทัศน์และเทคโนโลยีทางด้านสารสนเทศของโลกด้วย (เห็นอาจารย์ว่าอย่างนั้นนะ ก็คงจริงแหละ Microsoft ใหญ่คับโลกจะตาย)

ก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะสวมรอยใช้โอกาสนี้ ทำตัวเป็นคนในวงการคอมพิวเตอร์กับเขาบ้าง หลังจากเป็นคนในวงการ (บันเทิง) เกษตรมานานแล้ว อาจารย์ให้เตรียมคำถามไปด้วย เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะคติกับ Mr. Craig ด้วย จะไปถามอะไรดีน้อ ลำพังแค่ฟังภาษาอังกฤษก็คงไม่รู้เรื่องแล้ว งานนี้ก็มีมหาวิทยาลัยชั้นนำไปกันอีก 4-5 มหาวิทยาลัย ก็ดี แต่รับรองได้ว่าคงจะต้องมีคนทักทายว่าเป็นอาจารย์แน่นอนเลย เหมือนคราวไปประชุมที่ขอนแก่น ทักเราเป็นอาจารย์ แต่ไปทักอาจารย์เราว่าเป็นนักศึกษา ตูล่ะเซ็งจริงๆ เดี๋ยวบรรยากาศการพบปะ Mr. Craig ไว้จะมาเล่าให้ฟังอีกที ถ้า Mr. Craig ถามว่าอยากให้ Microsoft ช่วยอะไรบ้าง จะบอกว่า ซ่อยให้ทุนเรียนต่อแหน่เด้อค๊า ฮ่า

ย้อนกลับมาเรื่องวันออกพรรษา เมื่อถึงวันออกพรรษาก็เป็นสัญญาณบ่งบอกว่ากำลังย่างเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว หนาวนี้คงต้องนอนกอดหมอนข้างเหมือนเคย เฮ้อ...

ช่วงนี้อากาศก็เริ่มเปลี่ยนแปลง (Season change) ใครที่ร่างกายและหัวใจอ่อนแอก็ดูแลสุขภาพด้วยนะจ้ะ ระวังจะไม่สบายเอา เดี๋ยวจะหาว่า หล่อไม่เตือน :) หยูกยาก็หาติดตัวกันไว้นะจ้ะ เผื่อเกิดเจ็บป่วยกะทันหัน ถ้าเป็นไปได้ก็ไปหาหมอจะดีกว่า เขียนมาถึงตรงนี้ น้ำมูกชักจะเริ่มไหลแล้วไม่รู้ไปติดใครมา แค๊ก แค๊ก (เสียงไอ ไม่ใช่ ไอ เลิฟ ยู นะ :)

Wednesday, 24 October 2007

Allan’s new house party

วันเสาร์ที่ผ่านมา (Oct 20) ได้ไปร่วมงานขึ้นบ้านใหม่ของอลันและพี่ผกา ที่อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ สนุกมากเลย บ้านของอลันตั้งอยู่ที่หมู่บ้านแม่แอน งานนี้อลันก็ได้เชิญชาวบ้านแม่แอนทุกครัวเรือนมาร่วมงานด้วย แม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เพราะต้องการฝากเนื้อฝากตัวเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านแม่แอนและผูกมิตรกับชาวบ้าน ชาวบ้านแม่แอนก็แสนจะน่ารัก มาร่วมงานกันอย่างมากหน้าหลายตาเพื่อแสดงการต้อนรับอลันและพี่ผกาสู่บ้านแม่แอน นอกจากชาวบ้านแม่แอนมาร่วมงานแล้ว เพื่อนของอลัน มิสเตอร์ไมเคิล และมิสเตอร์ชายน์ ก็บินตรงจากออสเตรเลีย เพื่อมางานนี้โดยเฉพาะ

งานนี้พี่ผกาได้ขอร้องให้ผมช่วยเป็นพิธีกรบนเวที เพราะไม่รู้จักใครเลย ผมก็เลยได้เป็นพิธีกรจำเป็น (ตอนแรกกะว่าจะมาร้องเพลงอย่างเดียว สักสี่สิบเพลงก็พอแล้ว :) แบบว่าเตรียมมาเยอะ) การเป็นพิธีกรบนเวทีไม่มีปัญหาอยู่แล้วสำหรับผม โชกโชนและไหลลื่น (ตอนนั้นเมาแล้ว) หลังจากที่โม้ไปสักพักและร้องเพลงไปสักครึ่งอัลบั้ม ผมก็ได้เชิญอลัน พี่ผกา น้องแป้ง (ลูกสาวพี่ผกา) มิสเตอร์ไมเคิล และมิสเตอร์ชายน์ ขึ้นไปโชว์ตัวให้แขกผู้เกียรติได้รู้จัก และได้ให้อลันกล่าวกับแขกที่มาร่วมงาน โดยผมจะคอยแปลให้ ทีแรกผมก็คิดว่าอลันจะพูดทีละประโยคแล้วหยุดให้ผมแปล ที่ไหนได้พูดยาวรวดเดียวจบ พูดยาวมาก ลำพังแปลอย่างเดียวก็ยากอยู่แล้ว ยังต้องจำอีกว่าพูดอะไรไปบ้าง ผมก็เลยต้องสวมรอยแปลและพูดเสริมเองบ้างเพื่อความเรียบร้อยของงาน ฮ่า

แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่อลันพูดขอบคุณแขกที่มีน้ำใจมาร่วมงานของอลัน ทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวเลย อลันกล่าวต่อว่า ถ้าไม่มีชาวบ้านแม่แอนมาร่วมงาน งานคงจะกร่อยและไม่สนุก อลันพูดไปและน้ำตาคลอเบ้าไปด้วยความซาบซึ้งน้ำใจแขกทั้งหลาย ช่างเป็นภาพที่ประทับใจสำหรับผมจริงๆ

แต่และแล้วผมก็ได้ปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อบนเวที หลังจากที่อลันกล่าวและผมแปลให้เสร็จ ทีนี้ผมก็กล่าวเรียนเชิญแขกดื่มฉลองกันอย่างพร้อมเพรียง ผมก็บอกให้แขกทุกคนยืนขึ้นและเตรียมแก้วไว้ให้เรียบร้อย ผมกระซิบบอกอลันว่า เดี๋ยวจะนับหนึ่ง สอง สาม แล้วค่อยยกแก้วดื่มนะ หลังจากผมก็นับหนึ่ง สอง สาม แล้วผมกับอลันก็ยกแก้วดื่มกันเพียงสองคน พอผมดื่มไปสักอึก ผมก็สังเกตเห็นแขกทั้งหลายยืนกันนิ่งๆ งงๆ ไม่ยกแก้วดื่ม ทำให้ผมนึกได้ทันที เฮ้ย มันต้องมีการตะโกน ไชโย ด้วยนี่หว่า นึกขึ้นได้ก็เลยรีบตะโกน ไชโย นำร่องแขกทั้งหลาย ให้แขกช่วยกันขานรับสามครั้ง พอดื่มเสร็จแล้วก็พูดแก้ตัวไปว่า พิธีกรขี้เหล้าไปหน่อยนะครับ เห็นเหล้าแล้วอดไม่ได้ รีบกินไปหน่อย ฮ่า ชาวบ้านก็หัวเราะชอบใจ นึกแล้วก็ขำดี ตู

แล้วเจอกันอีกเด้อ อลัน พี่ผกา

Saturday, 20 October 2007

Chiang Mai

ผมรักเชียงใหม่

ดีใจครับ ได้กลับมาเชียงใหม่อีกแล้ว คิดถึงเชียงใหม่ตลอดเวลา
เอาไว้คราวหน้า มีโอกาสจะเขียนเรื่องราวเชียงใหม่ให้อ่านกันเยอะๆ

คณะเกษตรฯ มช.
ห้องเชียร์
รักบี้
รับน้องขึ้นดอยสุเทพ
เก็บขยะ
ไร่แม่เหียะ
ยี่เป็ง
ปี๋ใหม่เมือง
ช่างเคี่ยน
แม่สะป๊อก
เวียงแหง
ดอยหลวงเชียงดาว

และเรื่องราวอีกมากมาย กับช่วงเวลาของชีวิตที่มีความสุขสุดๆ

ขอบคุณเชียงใหม่

Thursday, 18 October 2007

Cobra snake fried

ผัดเผ็ดงูเห่า เคยกินไหมครับ

วันนี้ได้มีโอกาสไปแวะกินข้าวที่ร้านอาหารป่า ชื่อร้าน "ลุงมั่ว" ร้านนี้ผมรู้จักมานานแล้ว น่าจะสัก 10 ปีที่แล้ว ตั้งแต่สมัยเรียน มช. ตอนนั้นมาฝึกงานที่ศูนย์วิจัยพืชไร่นครสวรรค์ ที่อ.ตากฟ้า ส่วนร้านลุงมั่วอยู่เขตอ.หนองม่วง จ.ลพบุรี แต่ไม่ไกลกันมาก ตอนนั้นพี่ที่ศูนย์วิจัยพาผมและเพื่อนมากิน ก็เลยติดใจมาจนทุกวันนี้ เป็นร้านอาหารป่าที่ทำรสชาติได้จ้ดจ้านจริงๆ ที่ร้านลุงมั่วจะมีเนื้อสัตว์ป่ามากมายให้ได้ทดลองชิม ช่วงที่ผมออกทำงานต่างจังหวัดถ้าได้ผ่านมาใกล้ๆ ก็จะแวะมากินตลอด เพราะติดใจฝีมือทำอาหารป้าใจเมียลุงมั่ว วันนี้ก็ไปกินมา ลุงมั่วบอกว่าวันนี้มีงูเห่ากับเม่น ก็เลยสั่งทั้งสองอย่างครับ สั่งทำผัดเผ็ดครับ อร่อยจริงๆ ที่ร้านลุงมั่วถ้ามากินช่วงตอนเย็น จะมีบริการคาราโอเกะหยอดเหรียญให้ได้โชว์ลูกคอกัน ซึ่งเพลงส่วนใหญ่ก็เป็นเพลงลูกทุ่งที่มีนางเอกมิวสิควิดีโอแต่งตัววาบหวิวให้ดูเป็นอาหารตา ทำให้เพลงน่าร้องมากขึ้น :)

แล้วผัดเผ็ดเม่นล่ะครับ เคยกินกันไหมครับ

อร่อยทั้งคู่ นะจะบอกให้ :)

Wednesday, 17 October 2007

October trip

ในที่สุดก็ปิดเทอมแล้ว แต่ยังเหลืองานส่งอีกหนึ่งงาน แต่ไม่ซีเรียส เดือนนี้จึงถือโอกาสปิดเทอมออกทำงานต่างจังหวัดให้นานหน่อย ถึงแม้ช่วงต้นเดือนก็ได้ไปนอนที่น้ำหนาวมาแล้วหนึ่งรอบ เข้าไปนอนที่ตัวอำเภอน้ำหนาวอากาศดีมาก และที่ประทับใจคือ ร้านอาหาร "ไร่สินติ้ง" บรรยกาศสุดยอดมาก ไม่คิดว่าจะมีร้านอาหารแบบนี้แทรกตัวอยู่อำเภอเล็กๆ และอยู่ไกลอย่างน้ำหนาว แม้ว่ารายการอาหารจะธรรมดาไปนิด แต่ก็อร่อยดี นี่ถ้าไม่ติดว่าต้องอยู่ภายในรัศมี 100 กิโลเมตร จะพาที่นี่เลยล่ะ เสียดายที่ไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปไปด้วย เนื่องจากไม่ได้ตั้งใจไป ทำให้ไม่ได้เตรียมการ เอาไว้โอกาสหน้าจะไปกินอีก

ส่วนการเดินทางหลังจากนี้ ช่วงแรกก็จะอยู่แถวนครสวรรค์ พิษณุโลก แต่วันเสาร์นี้ (Oct 20) ต้องถึงเชียงใหม่ เพราะต้องไปงานเลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ของอลัน เมื่อวานพี่ผกาแฟนของอลันก็โทรมาตามอีกครั้ง ด้วยเสียงบังคับแกมขู่เข็ญว่าต้องไปให้ได้ ไปอยู่แล้วพี่ผกา มีงานสำคัญต้องไปทำด้วย หลังกลับจากเชียงใหม่ ก็จะย้ายข้ามฟากของประเทศไปทางอีสาน แต่อาจจะแวะบ้านที่เพชรบูรณ์นิดนึง ไปอีสานคราวนี้ต้องไปดูแปลงสวนปาล์มน้ำมันของลูกค้าที่นครพนม เป็นลูกค้ารายใหญ่ปลูกปาล์มหมื่นกว่าไร่ แต่เนื่องจากช่วงฤดูฝนสวนปาล์มถูกน้ำท่วมอย่างหนักทำใหต้นปาล์มมีปัญหา ต้องไปดูให้สักหน่อย

ช่วงที่ไปถึงนครพนมก็คงเป็นช่วงวันออกพรรษาพอดี จึงถือโอกาสนี้จะไปดู "บั้งไฟพญานาค" ปรากฏการณ์อันน่ามหัศจรรย์ของแม่น้ำโขง จะไปดูที่หนองคาย ได้นัดกับแจ๊คน้องที่บริษัทไว้แล้ว อยากไปดูมานานแล้วแต่ไม่สบโอกาสสักที ปีนี้ถือโอกาสนี้แหละ อย่างที่บอกไว้ก่อนหน้า เริ่มต้นใหม่ก็ขอไปดูอะไรใหม่ๆ ที่ยังไม่เคย ตื้นเต้นมาก อยากให้ถึงไวไว (หรือมาม่าก็ได้) จัง จะเก็บรูปมาให้เต็มที่ ตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนาให้ปีนี้ มีบั้งไฟขึ้นเยอะๆ สาธุ ขอสักครั้งแล้วจะลืมพระคุณ อย่าคิดมากนะครับ ก็แค่ของเห็นเป็นบุญตาสักครั้งนั้นเอง

พอหลังจากออกพรรษา ก็เหลือเวลาอีก 2-3 วัน ก่อนสิ้นเดือนซึ่งต้องกลับบริษัท ตอนแรกคิดว่าจะไปอุบลฯ ก็อยากจะไปเหมือนกัน แต่ อืมๆๆๆๆ จะไปดีหรือเปล่าน๊าๆๆๆ ใครคิดออกช่วยบอกทีสิ จะให้ไปอุบลฯ ดีหรือเปล่า :)